X
ค้นหาตามเงื่อนไข
ค้นหาผลิตภัณฑ์
ข่าวสารและกิจกรรม
Residential Product
AIR CREATOR
Room Air
Super Multi S
Air Purifier
Commercial Product
Sky Air
VRV
PACKAGED AIR
APPLIED PRODUCT
REFRIGERATION
Booking AIR CREATOR Experience
Daikin Discover
FUHA
Daikin Discovery Hall
บทความที่น่าสนใจ
Lab for Air Problems
BTU CALCULATOR
PRODUCT COMPARE
ERROR CODE
FUHA
คู่มือผลิตภัณฑ์
ค้นหาตัวแทนจำหน่าย
ธุรกิจงานบริการ
คำถามที่พบบ่อย
นโยบายการให้บริการ
นโยบายการรับประกัน
เกี่ยวกับเรา
ข่าวสารและกิจกรรม
ไดกิ้น เดินหน้าสานต่อพันธกิจด้านนวัตกรรมเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม ส่งมอบ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ด้านการจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารระดับภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อยกระดับมาตรฐานสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ให้ปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศ พร้อมผลักดันองค์ความรู้และแนวทางการบริหารจัดการคุณภาพอากาศอย่างยั่งยืน
โครงการ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” จังหวัดนครราชสีมา เกิดขึ้นจากความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐในมิติสาธารณสุข หน่วยงานท้องถิ่น และภาควิชาการ โดยสมาคมส่งเสริมคุณภาพอากาศในอาคาร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ร่วมกับภาคเอกชน อย่าง “ไดกิ้น” เพื่อรับมือปัญหาฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคนไทยต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มเด็กเล็กซึ่งเป็นกลุ่มเปราะบางที่ใช้เวลาอยู่ในพื้นที่ปิดเป็นเวลานาน ขณะที่สภาพอากาศภายนอกทำให้ไม่สามารถเปิดหน้าต่างระบายอากาศได้เต็มที่ ส่งผลให้เกิดการสะสมของก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคติดต่อจากการระบายอากาศที่ไม่เหมาะสม ซึ่งทั้งหมดล้วนกระทบต่อสุขภาพ พัฒนาการ และการเรียนรู้ของเด็กในระยะยาว
ภายในพิธีรับมอบโครงการ ได้รับเกียรติจาก นายบัลลังก์ ไวทย์ศิริ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ผู้แทนฝ่ายบริหารเป็นประธานในงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากภาควิชาการและผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขร่วมแลกเปลี่ยนแนวทางการยกระดับมาตรฐาน “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ให้เกิดการใช้งานจริงและสามารถดูแลต่อเนื่องได้ในพื้นที่ นอกจากการรับมอบพื้นที่ต้นแบบแล้ว กิจกรรมยังถูกออกแบบให้เป็นเวทีถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่ภาพรวมการจัดการคุณภาพอากาศในอาคาร ไปจนถึงแนวนโยบายและเกณฑ์การรับรองห้องปลอดฝุ่น เพื่อให้ครู ผู้ดูแล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าใจหลักคิด วิธีปฏิบัติ และการติดตามผลได้อย่างเป็นระบบ
นายคาสุฮิสะ ฮินาสึ กรรมการบริษัท ไดกิ้น อินดัสทรีส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงเจตนารมณ์ของไดกิ้นว่า บริษัทมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านการส่งมอบ “อากาศที่ดี” ในระดับโลก และในประเทศไทยได้ดำเนินธุรกิจเคียงคู่สังคมมาอย่างยาวนาน ด้วยความตั้งใจที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตผ่านนวัตกรรมด้านอากาศ ภายใต้แนวคิด “Perfecting the Air – สร้างอากาศดีเพื่อคุณ” ซึ่งให้นิยามของอากาศที่ดีไว้มากกว่าความเย็นสบาย แต่ต้องเป็นอากาศที่สะอาด ปลอดภัย และส่งผลดีต่อสุขภาพอย่างแท้จริง โดยเฉพาะสำหรับเด็กเล็กที่ต้องเติบโตและเรียนรู้ในช่วงวัยสำคัญที่สุดของชีวิต
เพื่อให้ “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” เป็นมากกว่าห้องเรียนที่ติดตั้งเครื่องปรับอากาศ โครงการต้นแบบในจังหวัดนครราชสีมา จึงเน้นการวางระบบบริหารจัดการคุณภาพอากาศภายในอาคารอย่างครบวงจร ตั้งแต่การจัดการการหมุนเวียนอากาศ การควบคุมอุณหภูมิและความชื้น ไปจนถึงการกรองฝุ่นละอองขนาดเล็กก่อนอากาศจากภายนอกจะเข้าสู่ห้องเรียน โดยติดตั้งระบบระบายอากาศควบคู่กับระบบกรองอากาศประสิทธิภาพสูง ซึ่งช่วยกรอง PM2.5 และมลพิษจากภายนอก พร้อมสนับสนุนการระบายอากาศให้เหมาะสมกับพื้นที่ปิดที่มีเด็กอยู่รวมกันเป็นเวลานาน อีกทั้งเสริมด้วยระบบตรวจวัดคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ เพื่อให้ผู้ดูแลสามารถเฝ้าระวังและบริหารจัดการได้ต่อเนื่องในระยะยาว
นายคาสุฮิสะ ฮินาสึ ย้ำว่า การส่งมอบคุณภาพอากาศที่ดีจำเป็นต้องเดินควบคู่ “ความยั่งยืน” โดยบริษัทตั้งเป้าหมายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593 (Net Zero Emissions by 2050) และมุ่งพัฒนาเทคโนโลยีที่ประหยัดพลังงานและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ว่าจะเป็นระบบระบายอากาศและระบบปรับอากาศประสิทธิภาพสูง เพื่อให้หน่วยงานและชุมชนสามารถยกระดับสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว ทั้งในมิติสุขภาพของเด็กและเยาวชน และในมิติการใช้พลังงานอย่างเหมาะสม
ท้ายที่สุด “ห้องเรียนปลอดฝุ่น” ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กเทศบาลตำบลเมืองคง จังหวัดนครราชสีมา จึงถูกวางบทบาทให้เป็นต้นแบบศูนย์การเรียนรู้ที่หน่วยงานในพื้นที่สามารถเข้ามาศึกษาแนวทางการออกแบบ การติดตั้ง การดูแล และการติดตามผลของระบบคุณภาพอากาศภายในอาคารได้จริง เพื่อขยายผลสู่ศูนย์เด็กเล็กและสถานศึกษาอื่น ๆ ต่อไป โดยไดกิ้นพร้อมร่วมมือกับภาครัฐ ท้องถิ่น และภาควิชาการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสนับสนุนมาตรฐานคุณภาพอากาศในอาคารที่ปลอดภัย ยั่งยืน และเอื้อต่อการเติบโตของเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของประเทศ